เมล็ดฟักทอง

เมล็ดฟักทองที่เรากินเล่นกันทุกวันที่บรรจุอยู่ในซองหรือในกล่อง แล้วอาจจะมองผ่านไปเฉยๆ หรือคิดว่าเป็นเพียงแค่ขนม หรือของกินเล่นธรรมดาๆ เท่านั้นแต่ความจริงแล้ว เมล็ดฟักทองมีประโยชน์มากมาย อย่างที่ใครหลายคนอาจจะคิดไม่ถึงเลยทีเดียวเราอาจจะคุ้นเคยกับการรับประทานผลฟักทอง ที่นำมาใช้ในการปรุงเป็นอาหารคาว หรือขนมมากกว่าจึงคิดว่าผลฟักทองต่างหาก ที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์อย่างแท้จริง

ประโยชน์และสรรพคุณของเมล็ดฟักทองสำหรับผู้ที่อยากจะลดความอ้วน หรือลดน้ำหนัก เมล็ดฟักทองถือเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี เพราะมีใยอาหารสูง ทำให้รู้สึกอิ่มได้เร็ว และเพิ่มกากใยในทางเดินอาหาร อีกทั้งยังมีแคลอรี่น้อย และยังมีไขมันต่ำอีกด้วยช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับระบบหลอดเลือด ในเมล็ดฟักทองมีกรดไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัว จึงมีคุณสมบัติที่ช่วยในการขับไขมัน หรือลดไขมันที่อยู่ในเส้นเลือด ทำให้ลดโอกาสในการเกิดเป็นเส้นเลือดอุดตันได้ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง และโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ รวมไปถึงโรคต่อมลูกหมากโตด้วยสำหรับคุณผู้ชาย การรับประทานเมล็ดฟักทองเป็นประจำ จะช่วยลดอัตราความเสี่ยง ต่อการเป็นหมันให้น้อยลงมีฤทธิ์ในการช่วยฆ่าพยาธิบางชนิดได้ เช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวตืด และพยาธิตัวกลม เป็นต้น  ลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคผนังลำไส้โป่งพอง

ประโยชน์ของ เมล็ดทานตะวันงอก

ความนิยมรับประทาน ต้นอ่อนทานตะวันมีมากขึ้นพร้อมกระแสการรักษาสุขภาพของคนในสังคมเมืองทำให้เห็นว่าวิวัฒนาการการกินของมนุษย์เปลี่ยนแปลงแบบไม่หยุดยั้งจริงๆ ก็ใครจะไปคิดว่า วันหนึ่งเราจะกินต้นทานตะวันอ่อนเพราะแรกเริ่มเดิมที ต้นทานตะวัน เป็นที่รู้จักกันในนามดอกไม้สวยงาม ที่ให้ผลผลิตเป็น เมล็ดทานตะวัน ไม่ใช่ผักกินใบ  แต่ก็มีนักวิจัยคิดว่า ในเมื่อสามารถรับประทานเมล็ดได้เหมือนกับถั่ว และถั่วก็สามารถนำไปเพาะเป็น ถั่วงอกได้ ดังนั้นเมล็ดทานตะวันก็น่าจะทำได้เช่นกัน จึงเป็นที่มาของการเพาะ ต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อรับประทานในปัจจุบันนั่นเอง ต้นอ่อนทานตะวัน จะเป็นต้นตรงสีขาวๆ และมีใบอ่อนสองใบ ถ้าติดตามวิถีชีวิตของต้นอ่อนตั้งแต่อยู่ในกระบะปลูกเลยก็จะพบว่า เมื่อลำต้นเริ่มออกขึ้นจากพื้นที่ฝังเมล็ดไว้ จะเห็นเป็นต้นขาวๆ มีความคล้ายกับถั่วงอก แต่ไม่ได้เป็นหัวถั่ว เป็นใบสีเหลืองๆ แล้วจึงค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเขียว โดยใช้เวลาประมาณ 7-11 วันพอได้ต้นยาวพอประมาณก็สามารถเก็บมากินได้ ส่วนจะเก็บวันไหนนั้นขึ้นอยู่กับความชอบของคนกิน    สารอาหารสำคัญในต้นอ่อนทานตะวัน  ไขมัน  ในต้นอ่อนทานตะวันมีไขมันอิ่มตัว ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ซึ่งไขมันที่อยู่ในต้นอ่อนทานตะวันนี้ ล้วนแต่เป็นไขมันชนิดดี มีประโยชน์ต่อร่างกายคาร์โบไฮเดรต ไฟเบอร์ โปรตีน ในส่วนของโปรตีนนั้น เมื่อเทียบกับโปรตีนในถั่ว ต้นอ่อนทานตะวันจะมีโปรตีนสูงกว่าต้นอ่อนทานตะวันมีแคลเซียมและธาตุเหล็กสูง และต้นอ่อนทานตะวันยังอุดมไปด้วยวิตามินอีกหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินอี วิตามินบี1 วิตามินบี6 และยังมีโอเมก้า3 โอเมก้า6 และโอเมก้า9 อีกด้วย

ถั่ววอลนัท

ถั่ววอลนัทเหมาะสำหรับคนที่ต้องการอาหารบำรุงสมองคงเป็นเพราะวอลนัทอุดมไปด้วยโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 ที่เป็นประโยชน์ต่อเซลล์ประสาท นอกจากนี้สำหรับคนที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูง การรับประทานวอลนัทจะช่วยคุณได้เพราะวอลนัทมีสรรพคุณในการลดไขมันในเลือดจึงทำให้ลดความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจได้อีกทางหนึ่งด้วย และสำหรับคนที่มีแนวโน้มการเกิดสมองเสื่อม การรับประทานวอลนัทจะช่วยรักษาระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่รักษาความเครียดและสารอะดรีนาลีนซึ่งจะมีส่วนช่วยลดอาการความจำเสื่อมได้งานวิจัยอีกหลายฉบับยังระบุว่าวอลนัทมีส่วนช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่างๆในร่างกาย รวมถึงการมีผลยับยั้งหรือลดการเกิดเซลล์มะเร็งอีกด้วย ซึ่งสำหรับผู้หญิงมีงานวิจัยที่ระบุว่าการรับประทานวอลนัทช่วยลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งเต้านมได้ และยังมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพผิวพรรณเส้นผมของสาวๆให้สมบูรณ์แข็งแรง และสำหรับผู้ชายก็ไม่ต้องน้อยใจไปเพราะมีงานวิจัยออกมาแล้วเช่นกันว่าการกินวอลนัททำให้บรรเทาความเสี่ยงการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากได้เป็นอย่างดี    โดยทั่วไปแล้วการรับประทานถั่วควรรับประทานเดี่ยวๆด้วยการคั่วหรืออบโดยไม่ผสมเครื่องปรุงอื่นใด ซึ่งสำหรับวอลนัทแล้ววิธีรับประทานง่ายที่สุด คล้ายกับกระรอกที่ค่อยๆกะเทาะเอาเปลือกวอลนัทออกจากนั้นก็รับประทานเนื้อข้างในทันที ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะทำให้รักษาคุณค่าของถั่วไว้ได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าไม่สามารถหาวอลนัทสดได้อาจลองหาร้านค้าที่แกะเปลือกวอลนัทแล้วบรรจุใส่ถุงสูญญากาศก็ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับปริมาณการรับประทานวอลนัทนั้นควรรับประทานวันละหนึ่งกำมือเช่นเดียวกับถั่วประเภทอื่นๆหรือถ้านับง่ายๆ ก็เพียงนับจำนวนเม็ดที่รับประทานเช่น 4-5 เมล็ดต่อวัน เป็นต้นเท่านี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายแล้วทั้งหมดนี้เป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการรับประทานวอลนัท ถ้าใครกำลังมองหาวอลนัทเพื่อสุขภาพอาจลองเดินหาตามร้านอาหารสุขภาพ เท่านี้สุขภาพดีๆก็จะอยู่กับคุณไปนานๆแล้วจริงไหม

ถั่วปากอ้า

ต้นถั่วปากอ้าเป็นพืชล้มลุก เมื่อโตเต็มที่สูงประมาณ 0.5-1.7 เมตร ภาคตัดขวางของลำต้นคล้ายรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ใบยาว 10-25 เซนติเมตร กิ่งหนึ่งมี 2-7 ใบ และใบมีสีเขียวอมเทาไม่เหมือนกับพืชอื่นๆ ในสกุลเดียวกัน ต้นถั่วปากอ้าไม่มียอดไว้สำหรับเลื้อย ดอกของต้นถั่วยาวประมาณ 1-2.5 เซนติเมตร มี 5 กลีบ โดยที่กลีบบนและกลีบรองเกสรมีสีขาวล้วน ส่วนกลีบข้างเป็นสีขาวและมีจุดตรงกลางเป็นสีดำ    ถั่วปากอ้า  เป็นสปีชีส์หนึ่งของถั่วมีฝักในวงศ์ Fabaceae เป็นพืชพื้นเมืองในแถบแอฟริกาเหนือและเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ถั่วปากอ้ามีสารพิษที่ทำให้เกิดโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกง่าย   ฝักถั่วของมันมีขนาดกว้างและมีขนเล็กๆ หนาแน่นปกคลุม มีสีเขียวเมื่อยังอ่อนและเป็นสีน้ำตาลดำ   การใช้ประโยชน์ถั่วปากอ้ารับประทานได้ตั้งแต่เป็นฝักอ่อน โดยนำมานึ่งหรือต้มใส่เกลือเล็กน้อย ฝักแก่นนำไปลวกน้ำเดือด ปอกเปลือก แกะเมล็ดข้างในไปต้มหรือนึ่งให้สุก ใช้ทำอาหารได้หลายแบบ เช่น ซุป สลัด ผัดกับเนื้อสัตว์ หรืออบรับประทานเป็นของว่างก็ได้ถั่วปากอ้าดิบมีอัลคาลอยด์ชนิดวิซีนและโควิซีนที่สามารถกระตุ้นอาการเม็ดเลือดแดงแตกในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ บริเวณที่เป็นจุดกำเนิดของถั่วนี้เกี่ยวข้องกับพื้นที่ที่มีมาลาเรีย การศึกษาในหลอดทดลองพบว่าการแตกที่เกิดจากการกระตุ้นของถั่วปากอ้าเป็นการป้องกันมาลาเรีย เนื่องจากโปรโตซัวที่ก่อโรคมาลาเรีย เช่น Plasmodium falciparum จะไว่ต่อการแตกของเม็ดเลือดแดงที่เกิดจากการพร่องเอนไซม์ glucose-6-phosphate dehydrogenaseถั่วปากอ้ามีอีโวโดปามากซึ่งเป็นสารที่ใช้รักษาโรคพาร์คินสัน เปลือกหุ้มเมล็ดถั่วปากอ้ามีแทนนินที่เป็นโพลิเมอร์มากโดยเฉพาะชนิด proanthocyanidinที่สามารถยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ได้

ถั่วพู

ถั่วพู เป็นพืชสารพัดประโยชน์สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งต้นเป็นได้ทั้งอาหารและยารักษาโรคถั่วพูเป็นพืชจำพวกเถาที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ถั่วพูตะขาบ, ถั่วพูจีน, หรือถั่วพูใหญ่ เป็นต้น ซึ่งถั่วพูนั้นนับเป็นพืชสมุนไพรที่คนไทยนิยมนำฝักอ่อนมาบริโภคกันมากเลยทีเดียว เป็นพืชในเขตร้อน มีแหล่งกำเนิดอยู่ในไทย, พม่า, ลาว, ฟิลิปปินส์, อินเดีย, และปาปัวนิวกินี และขณะนี้ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกาก็ได้นำถั่วพูนี้ไปปลูกด้วย   ลักษณะทั่วไปของถั่วพูสำหรับต้นถั่วพูนั้นจัดเป็นไม้เลื้อยที่มีลำต้นเลื้อยพัน ซึ่งแม้ต้นจะแก่แต่ก็ไม่ปรากฏเนื้อไม้ โดยลำต้นจะมีสีเขียวแกมม่วง ส่วนรากที่อยู่ใต้ดินจะมีปม นับเป็นพืชที่สามารถปลูกและเจริญเติบโตได้ง่ายเรียกว่าในดินทุกชนิดเลยก็ว่าได้ จะยกเว้นอยู่หน่อยก็ตรงที่ในดินซึ่งมีน้ำท่วมขังอยู่ และสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการเพาะกล้าหรือเพาะเมล็ด ใบช่วยลดพวกกรดไขมันประเภทอิ่มตัว และช่วยในการย่อยอาหารในกระเพาะ ให้รสมันฝักช่วยในการบำรุงกำลัง และแก้อาการร้อนในให้หอบ ให้รสมันเย็นรากช่วยแก้อาการปวดหรือมวนท้อง ให้รสขมขื่นเล็กน้อยหัวช่วยแก้อาการร้อนในและกระหายน้ำ รวมทั้งช่วยทำให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส และแก้อาการอ่อนเพลีย แก้ไข้กาฬ ช่วยบำรุงกำลัง ให้รสมันเย็นชุ่มขมขื่นดังนั้นถั่วพูจึงเป็นพืชที่มีคุณค่าและประโยชน์มากมายเป็นอย่างยิ่ง โดยมักจะนำมาลวกจิ้มกับน้ำพริก ใส่ลงในทอดมัน หรือยำ และแกงต่างๆ รวมทั้งเป็นผักกินแกล้มกับขนมจีนด้วย แถมเมล็ดถั่วพูก็ยังสามารถนำมาคั่วรับประทานได้ดีอีกด้วย เนื่องจากมีคุณค่าสารอาหารมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

เมล็ดสน

เมล็ดสนสามารถรับประทานได้ทั้งแบบดิบหรือจะนำไปคั่วด้วยไฟอ่อน ๆ ก็อร่อยไปอีกแบบ เพราะรสชาติของเมล็ดสนมีความหวานและออกมันนิดๆ ไม่เหมือนเมล็ดถั่วชนิดอื่น ๆ เวลาเคี้ยวจะมีความกรุบกรอบ สามารถทำเป็นได้ทั้งอาหารว่าง อาหารหวาน และอาหารคาว โดยส่วนใหญ่เรามักจะพบในเมนูจาน ผักสลัด ซอสอิตาลี หรือ ซอสเพสโต้ และยังนิยมมากในการใช้โรยหน้าในอาหารและขนมหวานของชาวตะวันออกกลางและเมดิเตอร์เรเนียน ยังมีผลการวิจัยที่พบว่า ในเมล็ดสนมีกรดไขมันที่ช่วยชะลอการดูดซึมอาหารในลำไส้ จึงทำให้เกิดความอยากอาหารที่น้อยลง อีกทั้งยังมีพลังงานอาหารมากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน A , วิตามิน B, B1, B2, B3, B5, B9 วิตามิน C วิตามิน E วิตามิน K โคลีน แร่ธาตุ แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี และลูทีน ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกัน ควบคุมคอเลสเตอรอล รวมทั้งการควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพราะ เมล็ดสนในจำนวน 100 กรัม จะมีแคลอรีเพียง 637 แคลอรีเท่านั้น  นอกจากนี้วิตามิน E ยังช่วยป้องกันร่างกายไม่ให้เกิดผลเสียจากมลภาวะต่าง ๆ แถมในแมกนีเซียม ยังช่วยบรรเทาอาการแพ้ได้อีกด้วย รวมทั้งยังมีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ที่ช่วยลดอาการเมื่อยล้าได้เช่นกัน เพราะมีทั้งวิตามิน E วิตามิน K แมงกานีส และแมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันโรคกระเพาะ แผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ เส้นเลือดขอด เเละ การอุดตันของลิ่มเลือด โดยจะเข้าไปเสริมความเเข็งเเรงของหลอดเลือด ซึ่งทำให้เกิดความยืดหยุ่น ไม่เปราะเเละเเตกร้าวได้ง่าย ทั้งนี้ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมบอกอีกว่าเมล็ดสนยังจำเป็นในกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มวัยรุ่น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องหาเมล็ดสนมาไว้รับประทานเป็นอย่างมาก

ถั่วลันเตา

แน่นอนว่าทุกๆคนก็เคยสัมผัสกับรสชาติของถั่วชนิดหนึ่งมาแล้ว มีรสชาติที่อร่อย โดนใจใครหลายคนอย่างแน่นอนเป็นถั่วที่เราสามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามท้องตลาดที่นำมาจำหน่ายออกไป ให้เรากลับมาทำเป็นกับข้าวในอาหารมื้อต่างๆอีกด้วย กับถั่วลันเตา ที่ในวันนี้เราจะต้องมาทำความรู้จักกันอีกครั้งหนึ่งอย่างเต็มที่ แน่นอนว่าถั่วลันเตามีถิ่นฐานกำเนิดในประเทศเอธิโอเปีย ดินแดนแอฟริกา ต่อมามีการชยายการปลูกในแถบเมดิเตอร์เรเนียน  และเอเชีย ถั่วลันเตาเป็นพืชฤดูเดียวมีใบแบสลับ ปลายใบเปลี่ยนเป็นมือเก่า การเจริญเติบโตแบบพุ่มๆหรือขึ้นค้าง บางสายพันธุ์ก็อาจมีเฉพาะ ใบบางพันธุ์  แน่นอนว่า ลันเตามาจากภาษแต้จิ๋ว แปลว่าถั่วจากฮอลแลนด์ ด้วยรสชาติของลันเตามีรสชาติที่มีความหวานช่วยขับของเหลวในร่างกาย สามารถถอนพิษได้ดีอีกด้วย แน่นอนว่าถั่วลันเตาก็ยังใช้ในการบำบัดในโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูง และยังสามารถช่วยในเรื่องของการเป็นตะคริวเหน็บชาได้อีกด้วย พร้อมระบบทางเดินปัสสาวะก็ยังช่วยได้ดีและยังช่วงเพิ่มน้ำนม แน่นอนว่าคุณค่าทางโภชนาการก็จะมีอะกลูทินิน จิบเบอเรลลิน  โปรตีน ไขมัน แคโรทีน และวิตามินบี 2 วิตามินบี 5  ก็ยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งได้ เราก็ยังสามารถสังเกตได้จากผู้ป่วยเบาหวานมักจะทานเป็นประจำ โดยเฉพาะกับข้าวที่มีส่วนผสมจากถั่วลันเตา ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาเหวานมักจะทานมักเป็นพิเศษอีกด้วย ถั่วชนิดนี้อย่าง ถั่วลันเตา ต้องบอกเลยว่ามีประโยชน์ไม่แพ้เหมือนกับถั่วชนิดอื่นๆอีกเลย

ถั่วบราซิล

เรื่องของถั่วในวันนี้แน่นอนว่าเราก็ยังคงเดินทางตามหาถั่วกันต่อเนื่องเพื่อเราจะได้เรียนรู้และรู้คุณค่าและประโยชน์ของถั่วที่ทำให้เราได้รู้จักกันอย่างเพิ่มมากขึ้นด้วย แน่นอนว่า มีถั่วชนิดหนึ่งที่ทำให้เราได้รู้ถึงคุณภาพและการใส่ของคนที่เขาปลูกถั่วให้เราลิ้มลองลิ้มรสชาติ วันนี้เราไปทำความรู้จักกับ ถั่วบราซิล เราต้องได้เห็นลักษณะของถั่วชนิดนี้ที่คล้ายๆกับถั่วลิสงเลยแต่มีใบของเขาก็มีจะขนาดที่เล็กกว่าอย่างชัดเจนและมีสำต้นที่เลื้อยไปตามดิน พร้อมมีรากแก้วที่แข็งแรง ขึ้นได้ดีอย่างแน่นอนทุกสภาพของดิน ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดหรือใช้ท่อนพันธุ์ก็ได้ แต่เมืองไทยก็ใช้การขยายพันธุ์แบบการใช้ท่อนพันธุ์ มีคุณสมบัติเด่นที่ชัดเจนของถั่วชนิดนี้ ไม่ว่าจะเป็น ทนแล้ง ทนน้ำท่วมขัง ทนร่มเงา ทนต่อการเหยียบอีกด้วย และสีของถั่วนั้นบอกเลยว่ามีความสวยงามเป็นอย่างมากมีดอกสีเหลืองสำหรับการจัดสวยประดับและยังปลูกแทนสนามหญ้าได้อีกด้วย  ประโยชน์ของถั่วบราซิลชนิดนี้บอกเลยว่า เป็นแหล่งที่ดีที่สุดของเซเลเนียมเลยก็ว่าได้ เป็นแร่ธาตุต้านอนุมูลอิสระ ที่ทำให้การตอบสนองของแอนตี้บอดี้ได้เป็นอย่างดีเลย ป้องกันมะเร็งได้อย่างยอดเยี่ยม โรคหัวใจ ยังคงความอ่อนวัยได้ดีอีก ยังช่วยหยุดการเจริญเติบโตของเนื้องอก พร้อมด้วย วิตามินอีที่จะไปทำงานร่วมกับเซเลเนียมเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน แร่ธาตุเจ้าถั่วตัวนี้บอกเลยว่า ช่วยลดอาการอักเสบในร่างกาย ระบบการย่อย และมีผิวพรรณที่สดใสอีกด้วย

ถั่วฝักยาว

ถ้าได้ยินชื่อถั่วฝักยาว ทุกคนต้องรู้จักอย่างแน่นอน เพราะเป็นถั่วชนิดหนึ่งที่เป็นไม้เลื้อย ถั่วฝักยาวนั้นมีวิตามินที่สำคัญและแร่ธาตุที่เต็มไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น วิตามิน เอ  วิตามิน บี ธาตุเหล็ก ซัลฟอร์ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ยังเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี โฟเลต แมกนีเซียม และแมงกานีสอีกด้วย นับได้เลยว่าเป็นถั่วในตระกูลผักที่มีความนิยมมากเลยทีเดียว ผักชนิดนี้ยังสามารถกินได้ทั้งสุกๆและดิบๆ ถั่วฝักยาวทำได้หลากหลายเมนูอาหาร  ไม่ว่ากระเพราะหมูสับใส่ถั่วฝักยาว ก็อร่อยดีเยี่ยม หรือไม่ก็กินคู่กับแกล้มลาบหมูได้อีกด้วย บอกเลยว่าผักชนิดนี้ได้สารอาหารที่เต็มคุณค่าอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของประโยชน์ของถั่วฝักยาว แน่นอนว่าเป็นการช่วยให้กระดูกและฟัน ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ฟอสฟอรัสก็ช่วยเผาผลาญระบบต่างของร่างกายอีกด้วยนอกจากยังมีวิตามินซีในถั่วฝักยาวสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการเกิดโรคหวัดอีกด้วย ใครมีปัญหาเลือดออกตามไรฟัน ถั่วฝักยาวก็สามารถช่วยได้อย่างแน่นอน ใครที่ปัญหาเรื่องท้องอืดท้องเฟ้อ แน่นท้อง บอกเลยว่าถั่วฝักยาวมีประโยชน์อย่างแน่นอนต่อตัวท่าน ด้วยการเคี้ยวแบบสด ช่วยบรรเทาได้เป็นอย่างดี ถั่วฝักยาวก็ยังเป็นยาชั้นดีในการบำรุงม้ามและไต สามารถนำเมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกินกับน้ำได้อีกด้วย ช่วยแก้บรรเทาอาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย ถึงแม้ว่าถั่วฝักยาวจะมีประโยชน์มากมายแต่เราก็ควรที่จะต้องดูว่าถั่วฝักยาวมีสารตกค้างหรือป่าว แน่นอนว่าควรนำไปล้างให้สะอาด เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและไม่เป็นโทษต่อร่างกายอีกด้วย

 

ถั่วพิสตาซิโอ

เรื่องราวของถั่วนั้นเป็นเรื่องราวที่มีประโยชน์เป็นอย่างมากเลยทีเดียวแน่นอนว่า นอกจากเราจะได้รู้จักถั่วชนิดต่างๆแล้ว ได้รับรู้เรื่องราวของรสชาติ ได้รู้เรื่องราวของถิ่นฐานของถั่วแล้ว แน่นอนว่าถั่วแต่ชนิดแต่ละประเทศก็จะมีความแตกต่างกันออกไปอย่างที่บอกกินมากไปก็ไม่ดี วันนี้เรื่องของถั่วภูมิใจนำเรื่องราวที่เป็นความรู้เกี่ยวกับถั่วชนิดนี้ กับถั่วพิสตาชีโอ เป็นถั่วที่มีถิ่นฐานที่ประเทศ อิหร่าน แต่สามารถพบได้ในประเทศ ซีเรีย เลบานอน ตุรกี กรีซ คีร์กีซสถาน เตร์กเมนิสถาน อินเดีย ปากีสถาน อีปยินต์  เกาะซิซิลี และยังสามารถพบได้อีกที่หนึ่งในประเทศอัฟกานิสถานอีกด้วย เมล็ดถั่วชนิดนี้ มีเปลือกที่มีความแข็ง รับประทานได้อย่างเอร็ดอร่อยเลยทีเดียว เป็นถั่วที่มีไขมันน้อย ให้พลังงานที่ต่ำ มีสารอาหารที่ยอดเยี่ยมเหมือนกับถั่วชนิดอื่น ไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามิน บี 6 ทองแดง แมงกานีส แร่ธาตุที่มีมากมายในถั่วชนิดนี้ ถั่วพิสตาซิโอ มีประโยชน์ต่อร่างกายของเราเป็นอย่างมาก ป้องกันสารพัดโรคได้อีกด้วย ไม่ว่าเป็นเรื่องของการปรับสมดุลในร่างกาย ลดไขมันในเลือดได้ดีอีกด้วย ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่มีในส่วนเกินได้ดีอีกด้วย ช่วยในเรื่องโรคหัวใจ โรคหลอดเหลือดสมอง โรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และยังช่วยเรื่องราวของระบบประสาทของตา ที่จะมีความเสื่ยงที่จะเป็นอาการประสาทตาเสื่อมอีกด้วย ยังบรรเทาอาการเจ็บป่วยอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี ลดการอักเสบของเซลล์ ลดแบคทีเรียในร่างกายอีกด้วย บอกเลยว่าถั่วชนิดนนี้เป็นถั่วที่มีคุณภาพสมบูรณ์มาก กับถั่วพิสตาซิโอ